มันซ้ำซ้อน หรือว่าที่จริงแล้วมันซับซ้อน

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะแยกแยะระหว่างความเชื่อ กับความจริง หลายคนมองว่าการซื้อกองทุนประเภทเดียวกัน มันซ้ำซ้อน เพราะเชื่อว่าการถือแค่กองใดกองหนึ่ง ก็เพียงพอต่อการไปให้ถึงเป้าหมายการลงทุนแล้ว

แต่ทว่าในความเป็นจริง มันกลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างนั้น เพราะถึงแม้ว่ากองทุน ที่ตรงไปตรงมาอย่างกองทุนตราสารหนี้ ที่ไม่ว่าจะเป็นของ บลจ. ไหนๆก็มีระดับความเสี่ยง และผลตอบแทนที่ไม่ต่างกันนัก

เพื่อนๆบางคนอาจจะพอคุ้นเคยกับภาพด้านบน ที่มีโพสถามความเห็นเพื่อนๆถึงมุมมองต่างๆ อันนี้เป็นพอร์ตที่เราลงทุนจริงๆ ซึ่งในบทความนี้จะมาอธิบายถึงอีกมุมหนึ่ง ที่หลายคนมองข้ามไปในการลงทุน

ซ้ำซ้อนมันเป็นยังไง ?

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าการที่มีสินทรัพย์ A และ B ในพอร์ตเราต้องรู้อะไรเกี่ยวกับ A และ B บ้างถึงจะสามารถบอกได้ว่า การที่มีทั้ง A และ B มันซ้ำซ้อน

  • NAV หรือมูลค่าของสินทรัพย์ A และ B ต้องมีค่า Correlation เป็น 1
  • ต้องมีความเสี่ยงทุกอย่างที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Systematic Risk (เช่น ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย, ความผันผวน, etc.) หรือ Unsystematic Risk (เช่น ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง, ความเสี่ยงทางการเมือง, etc.)

ในภาษาคนทั่วๆไปก็คือ การที่กองทุน A จะซ้ำซ้อนกับ B, ทั้งกองทุน A และ B ต้องลงทุนในสินทรัพย์เหมือนๆกัน ในอัตราส่วนที่เท่าๆกัน มีค่าธรรมเนียมเท่ากัน และออกโดย บลจ. เดียวกัน

โดยถ้าลองคิดดูดีๆ บลจ. เขาไม่น่าทำแบบนั้นนะ แต่ยังไงก็ลองดู Fund Fact Sheet หรือหนังสื้อชี้ชวนเพื่อความชัวร์ได้

ซึ่งหมายความว่าโดยปกติแล้วกองทุนตราสารหนี้แต่ละกอง มีความแตกต่างกัน แต่แค่ไม่ซ้ำซ้อนแล้วไง ?

ความเสี่ยงที่คนกู้จะชักดาบ

เพราะตราสารหนี้ ก็คือข้อตกลงในการให้กู้ยืมเงินรูปแบบหนึ่ง การที่เราลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ ก็คือการที่เราให้บริษัท หรือรัฐบาลกู้ยืมเงิน โดยผ่านการดูแลของผู้ดูแลกองทุนนั่นเอง

แน่นอนว่าในการกู้ยืมเงินนั้น ย่อมต้องมีความเสี่ยงของการเบี้ยวหนี้ หรือ Default risk โดยโอกาสเกิดขึ้นก็ขึ้นอยู่กับระดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้ (Credit rating) ถึงแม้ว่ากองทุนตราสารหนี้ส่วนใหญ่จะลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ที่มี Credit rating >= BBB- หรือที่เรียกว่า Investment grade ทำให้โอกาสของการชักดาบเกิดขึ้นจะน้อยกว่าเวลาที่เราให้เพื่อนยืมก็เถอะ ( ー̀εー́ ) แต่… พอเกิดขึ้นแล้วเนี่ย เสียหายหนักหนามาก ซึ่งความเสี่ยงประเภทนี้จัดว่าเป็น Tail risk

แล้ว Tail Risk คืออะไร ?

เป็นประเภทของความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเนี่ยเศร้าจนอยากขายปิดพอร์ตทิ้งกันไปเลยก็ว่าได้

พูดแบบนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ ไปดูตัวอย่างกันหน่อยดีกว่า

อดีตอันแสบเจ็บปวด

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2560 ช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อนๆอาจจะพอคุ้นหูกันบ้างกับหุ้น EARTH หรือบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) ที่เกิดข่าวฉาวจากการที่จ้าของหุ้น EARTH กู้เงินโบรคโดยใช้หุ้นค้ำ ทำให้เกิดการ Force sell หรือบังคับขายเพื่อจะได้มีเงินจ่ายคืนโบรค แต่ไม่ใช่แค่คนที่ลงทุนในหุ้น EARTH ที่เจ็บ

คนที่ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ ONE-HYPER ก็เจ็บไม่น้อย เกิด Maxmimum Drawdown ถึง -5.23% ซึ่งอาจจะดูไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับการลงทุนในกองทุนหุ้น แต่โดยเฉลี่ยแล้ว Maxmimum Drawdown ของกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นจะอยู่ที่เพียง -0.68% เท่านั้น

ที่มา: Finnomena

ซึ่งถ้าดูจาก Trend หรือแนวโน้มของผลตอบแทน ONE-HYPER อาจจะมี Maxmimum Drawdown Period ที่สูงถึง 3 ปีเลยทีเดียว

แต่เพื่อนๆสามารถโอกาสความรุนแรงจากเหตุการณ์แบบนี้กับพอร์ตเราได้ ถ้าหากเราลงทุนในกองทุนตรสารหนี้มากกว่า 1 กอง ซึ่งถ้าลงทุนถึง 8 กองทุนจาก Maximum Drawdown ที่ -5.23% ก็อาจจะลดเหลือเพียง -0.65% ไม่ต่างจากค่าเฉลี่ยมากนัก (-0.68%)

ความเสี่ยงการขึ้นค่าธรรมเนียม

ความเสี่ยงของการขึ้นค่าธรรมเนียม ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมรวม หรือค่าเข้า/ออกก็ตาม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงและเห็นได้ชัดเจนมา กับกองทุนตราสารหนี้ เพราะโดยปกติมีผลตอบแทนที่น้อยอยู่แล้ว

แต่ความเสี่ยงนี้ไม่ได้มีแค่ในกองทุนตราสารหนี้เท่านั้น แต่เป็นสิ่งสำคัญในการเลือกลงทุนกองทุนดัชนีอีกด้วย

ยิ่งมีมากก็ยิ่งเสี่ยงน้อย

สรุปกันง่ายๆคือ ในความเหมือกันก็มีความแตกต่าง และถึงแม้ว่าความเสี่ยงของการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้จะต่ำเตี้ย เรี่ยดิน แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ดี สิ่งที่นักลงทุนที่ชาญฉลาดควรทำคือการไม่ประมาท โดยการกระจ่ายความเสี่ยงนั่นเอง



Reference

สรุปมหากาพย์หุ้น EARTH

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s